วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จับลูกค้าอย่างไร ให้อยู่หมัด



การจับลูกค้าให้อยู่หมัด

    เคยรู้ไหมครับว่าบางครั้งเราได้ปล่อยให้ลูกค้าของเราหลุดลอยไปมากเท่าไร ทั้งจากกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าเราในอนาคตและกลุ่มลูกค้าเก่าที่หายไป ยิ่งสภาวะการแข่งขันรุนแรงมากเท่าไรการแย่งชิงลูกค้าก็ยิ่งจะมากขึ้นเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าจำนวนลูกค้ามีเท่าเดิมแต่มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องควักกระเป๋าเพื่อหาลูกค้าใหม่ยังมากกว่าการทำการตลาดกับลูกค้าเก่าหน้าเดิมๆ ถึง 5 เท่า นอกจากนี้ ลูกค้าเก่าจะรู้สึกคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี ทำให้ยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ดีกว่าลูกค้าหน้าใหม่ และยังพร้อมที่จะสนับสนุนกิจกรรมของคุณทุกเมื่อหากลูกค้ายังมีใจให้กับเราอยู่  
 ท่านผู้อ่านคงอยากจะทราบกันแล้วว่าทำอย่างไรเราจึงจะสามารถจับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นรายเก่ารายใหม่หรือคนที่สนใจไม่ให้หลุดมือเราไปได้  ทีนี้เราลองมาดูกลยุทธ์ในการจับลูกค้าให้อยู่หมัดกันนะครับ สามารถแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

     1. อย่าปล่อยให้ลูกค้าลอยนวล

    เราจะต้องหาวิธีเปลี่ยนกลุ่มผู้สนใจให้เป็นลูกค้าให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เดินผ่านหน้าร้าน คนที่โทรศัพท์มาสอบถาม คนที่แวะที่ร้านหรือจุดขาย คนที่เห็นโฆษณาของเราทางสื่อต่างๆ แต่คำถามก็คือ  “ทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนกลุ่มผู้ที่สนใจนี้ให้เป็นลูกค้าของเรา?”  หากเราลองเก็บข้อมูลดูอาจจะพบว่ากลุ่มที่แวะเข้าร้านหรือโทรศัพท์มาสอบถามแล้วเกิดการซื้อทันทีคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ส่วนอีกกลุ่มนั้นจะต้องอาศัยการติดตามสัก 2-3 ครั้งกว่าที่ลูกค้าจะยอมตัดสินใจซื้อจริง ซึ่งอาจจะได้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีกสัก 15 เปอร์เซ็นต์ รวมกันทั้งสองกลุ่มก็ประมาณ 25-30  เปอร์เซ็นต์  ดังนั้น หน้าที่ของเราก็คือ “อย่าปล่อยให้ลูกค้าลอยนวล จับเอาไว้ให้แน่นๆ ”  สำหรับกลุ่มที่หนึ่งเราจะต้องหาวิธีทำให้ลูกค้าที่มาหาโดยตรงประทับใจ และตัดสินใจซื้อโดยทันที และกลุ่มที่สองหากยังไม่ตัดสินใจซื้อทันทีก็ไม่เป็นไร  เราจะต้องพยายามให้ข้อมูลแก่ลูกค้าให้ดีที่สุดแต่จะต้องไม่รีบร้อนในการขายจนเกินไป ควรเก็บข้อมูลทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอี-เมล์ เพื่อที่เราจะได้ติดตามแล้วพยายามเปลี่ยนกลุ่มที่สนใจให้กลายมาเป็นลูกค้าเราให้ได้
 
    2. เปลี่ยนลูกค้าขาจรเป็นขาประจำ

    เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าของเราแล้วนับเป็นโอกาสที่ดีของเราที่สามารถนำเสนอสินค้าหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมพ่วงเข้าไปด้วย เรียกว่า “เพิ่มโอกาสเพื่อสร้างรายได้”  เช่น ร้านขายมือถือ เมื่อลูกค้าซื้อมือถือ เราก็ขายซองใส่มือถือ แบตเตอรี่ หูฟังไร้สาย เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เป็นต้น หรือร้านกาแฟก็ขายขนมเค้ก ขนมปัง นมสด น้ำผลไม้ เสริมเข้าไปด้วย  เพราะโดยทั่วไปแล้วพฤติกรรมการซื้อสินค้าชิ้นแรกหรือครั้งแรกจะยากลำบากเสมอหรือใช้เวลาในการตัดสินใจเปรียบเทียบคุณค่าอยู่นาน แต่พอการซื้อสินค้าชิ้นที่สองจะง่ายมาก  จุดสำคัญ คือ การสร้างอารมณ์ในการซื้อให้เกิดขึ้นกับลูกค้า อีกทั้งลูกค้าที่ซื้อสินค้ามากชิ้นจะมีแนวโน้มกลับมาซื้ออีกหรือเป็นลูกค้าขาประจำ  ถ้าหากเปรียบเทียบร้านค้าที่ขายดีกับขายไม่ดีจะพบว่าร้านค้าที่ขายดีนั้นมียอดขายมากกว่าครึ่งหนึ่งมักมาจากลูกค้าขาประจำ เช่น ร้านเสริมสวยที่มีลูกค้าขาประจำ รู้ว่าลูกค้าจะมาทุกๆ 2 สัปดาห์ จะสอบถามลูกค้าว่าอาทิตย์นี้จะเข้ามาวันไหนจะเตรียมบริการให้พิเศษ หรือช่วงวันหยุดนี้มาอีกวันดีกว่าไหม เป็นการนัดจองคิวล่วงหน้าซึ่งแสดงถึงความใส่ใจ หรือแม้กระทั่งร้านค้าปลีกในหมู่บ้าน ที่จำชื่อลูกค้าขาประจำในหมู่บ้านที่มาซื้อได้หมดทุกคน รู้ว่าลูกค้าเคยซื้ออะไรในหนึ่งสัปดาห์ ก็จะโทรศัพท์ถามลูกค้าว่าต้องการสินค้าเพิ่มเติมไหม จะไปส่งให้ที่บ้าน มีเครดิตให้ลูกค้าประจำเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ค่อยมาจ่ายก็ได้ หากบริการดีอย่างนี้รับรองครับว่าลูกค้าไม่หนีไปไหนแน่ๆ
 
     3. เปลี่ยนลูกค้าขาประจำให้เป็น “แฟนพันธุ์แท้ ” 

    ที่เชื่อใจกันและกัน คอยสนับสนุนกิจการและบอกต่อๆ ให้แก่คนรู้จัก ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าว่า “ลูกค้าคือสินทรัพย์” ของบริษัท หรือลูกค้าเปรียบเสมือน “ห่านทองคำที่จะสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ (ธุรกิจ) ได้อย่างไม่รู้จบ ตราบเท่านานที่ผู้เป็นเจ้าของรู้จักดูแลลูกค้า (ห่านทองคำ) ของตนเองเป็นอย่างดี” หรืออาจเปรียบเทียบกับภาษาทางวิชาการที่ว่า “มูลค่าตลอดชีพ (Life Time Value : LTV)” หากเราดูแลลูกค้าแบบเพื่อนแท้หรือคู่รักที่สนใจเอาใจใส่เป็นอย่างดีลูกค้าก็จะอยู่กับเราตลอดไป ยกตัวอย่างเช่น
    – ร้านอาหาร หากลูกค้ามาทานอาหารที่ร้านเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1,000 บาท เท่ากับว่าในหนึ่งปีเราได้รับรายได้จากลูกค้าคนนี้ถึง 24,000 บาท หากร้านคุณมีลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้สัก 50 คน คุณจะมีรายได้ที่แน่นอนถึงปีละ 1.2 ล้านบาทเลยทีเดียว
     – สปอร์ตคลับที่เก็บค่าสมาชิกปีละ 5,000 บาท หากคุณมีสมาชิกจำนวน 200 คน คุณจะมีรายได้ถึงปีละ  1 ล้านบาทที่นอนมาให้คุณแบบสบายๆ
     – ร้านกาแฟที่มีลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ที่มาดื่มกาแฟเป็นประจำ สัปดาห์ละ 4 แก้ว เฉลี่ยแก้วละ 60 บาท ในหนึ่งปีคุณจะมีรายได้จากลูกค้าคนนี้ถึง 12,480 บาท หากร้านนี้มีลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้สัก 100 คน จะมีรายได้ประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อปี  เป็นต้น
 
     4. ตามคืนดีลูกค้าเก่าที่จากไปให้กลับมา สาเหตุหลักๆ ที่ลูกค้าจากไปจะมีอยู่ 2 ประการ

    ประการแรก คือ ลูกค้าไม่พอใจสินค้าหรือการบริการของเราจนหายหน้าหายตาไป ดังนั้น อาจจะต้องอาศัยความพยายามมากๆ หน่อย เพราะส่วนใหญ่มาจากสาเหตุที่พนักงานพูดจาไม่สุภาพ บริการไม่ประทับใจ ไม่ได้กระทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารควรติดต่อไปหาลูกค้าด้วยตนเอง สอบถามถึงปัญหาความขัดข้องใจ ผ่านทางโทรศัพท์ อี-เมล์ หรือส่งจดหมายลงลายมือชื่อไปขอโทษลูกค้า เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับเสนอสินค้าหรือบริการที่เขาเคยซื้อเคยใช้ ในราคาที่พิเศษเพื่อเป็นการขอโทษ ซึ่งจะทำให้เราได้ลูกค้ากลุ่มนี้กลับคืนมา และก็มีแนวโน้มที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะกลายมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ในอนาคตอีกด้วย
     
    ประการที่สอง คือ ขาดการติดต่อหรือติดตามจากเรา การดึงลูกค้าให้กลับมาโดยง่ายเราควรนำเสนอสิทธิพิเศษนิดหน่อย เช่น ในช่วงวันเกิดสามารถซื้อได้ในราคาลด 50 เปอร์เซ็นต์ หรือหากมีสินค้ารุ่นใหม่ๆ ออกมาก็ให้ทดลองใช้ก่อนใครหรือให้ใช้ได้ฟรี อีกทั้งอาจจะมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อฟื้นฟูความทรงจำดีๆ ให้กลับมา
 
     5. จัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์รวมกลุ่มคนที่รักเรา

    ให้ลูกค้าพาเพื่อน คนรู้จัก หรือญาติมาหาเรา เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จัดกิจกรรมสอนแต่งหน้าจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพ ผลิตภัณฑ์นมสดพร้อมดื่มสำหรับเด็กจัดกิจกรรมค่ายเด็กน้อยอัจฉริยะ การจัดรายการ สมาชิกแนะนำสมาชิก เพื่อนบอกเพื่อน (Member Get Member) หรือให้ลูกค้าแนะนำรายชื่อเพื่อนหรือคนรู้จักสัก 3 รายชื่อ พร้อมทั้งขออนุญาตในการอ้างอิงชื่อผู้แนะนำเพื่อนำเสนอสินค้า วิธีการเหล่านี้ก็จะช่วยให้เราขยายฐานลูกค้าออกไปได้อย่างมาก
 
    อย่างไรก็ตาม การนำกลยุทธ์ใดๆไปใช้ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของจิตใจที่ดีที่มีต่อลูกค้าของท่านอย่าพยายามเสแสร้งทำเป็นดีกับลูกค้า ควรแสดงออกให้เห็นถึงความจริงใจมีความเสมอต้นเสมอปลายทั้งกับลูกค้าและพนักงานก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนและไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่หรือเล็กก็ตามลูกค้านั้นก็เป็นบุคคลที่สำคัญต่อเราเสมอดังคำกล่าวของ ท่านมหาตมะ คานธี ที่กล่าวไว้ว่า “ลูกค้าคือ แขกคนสำคัญที่สุดที่ได้มาเยือนเรา ณ สถานที่แห่งนี้ เขามิได้มาเพื่อพึ่งพิงเราแต่เราต่างหากที่ต้องพึ่งพิงอาศัยเขา” 
 
การจับลูกค้าให้อยู่หมัด

    เคยรู้ไหมครับว่าบางครั้งเราได้ปล่อยให้ลูกค้าของเราหลุดลอยไปมากเท่าไร ทั้งจากกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าเราในอนาคตและกลุ่มลูกค้าเก่าที่หายไป ยิ่งสภาวะการแข่งขันรุนแรงมากเท่าไรการแย่งชิงลูกค้าก็ยิ่งจะมากขึ้นเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าจำนวนลูกค้ามีเท่าเดิมแต่มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องควักกระเป๋าเพื่อหาลูกค้าใหม่ยังมากกว่าการทำการตลาดกับลูกค้าเก่าหน้าเดิมๆ ถึง 5 เท่า นอกจากนี้ ลูกค้าเก่าจะรู้สึกคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี ทำให้ยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ดีกว่าลูกค้าหน้าใหม่ และยังพร้อมที่จะสนับสนุนกิจกรรมของคุณทุกเมื่อหากลูกค้ายังมีใจให้กับเราอยู่  
 ท่านผู้อ่านคงอยากจะทราบกันแล้วว่าทำอย่างไรเราจึงจะสามารถจับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นรายเก่ารายใหม่หรือคนที่สนใจไม่ให้หลุดมือเราไปได้  ทีนี้เราลองมาดูกลยุทธ์ในการจับลูกค้าให้อยู่หมัดกันนะครับ สามารถแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

     1. อย่าปล่อยให้ลูกค้าลอยนวล

    เราจะต้องหาวิธีเปลี่ยนกลุ่มผู้สนใจให้เป็นลูกค้าให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เดินผ่านหน้าร้าน คนที่โทรศัพท์มาสอบถาม คนที่แวะที่ร้านหรือจุดขาย คนที่เห็นโฆษณาของเราทางสื่อต่างๆ แต่คำถามก็คือ  “ทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนกลุ่มผู้ที่สนใจนี้ให้เป็นลูกค้าของเรา?”  หากเราลองเก็บข้อมูลดูอาจจะพบว่ากลุ่มที่แวะเข้าร้านหรือโทรศัพท์มาสอบถามแล้วเกิดการซื้อทันทีคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ส่วนอีกกลุ่มนั้นจะต้องอาศัยการติดตามสัก 2-3 ครั้งกว่าที่ลูกค้าจะยอมตัดสินใจซื้อจริง ซึ่งอาจจะได้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีกสัก 15 เปอร์เซ็นต์ รวมกันทั้งสองกลุ่มก็ประมาณ 25-30  เปอร์เซ็นต์  ดังนั้น หน้าที่ของเราก็คือ “อย่าปล่อยให้ลูกค้าลอยนวล จับเอาไว้ให้แน่นๆ ”  สำหรับกลุ่มที่หนึ่งเราจะต้องหาวิธีทำให้ลูกค้าที่มาหาโดยตรงประทับใจ และตัดสินใจซื้อโดยทันที และกลุ่มที่สองหากยังไม่ตัดสินใจซื้อทันทีก็ไม่เป็นไร  เราจะต้องพยายามให้ข้อมูลแก่ลูกค้าให้ดีที่สุดแต่จะต้องไม่รีบร้อนในการขายจนเกินไป ควรเก็บข้อมูลทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอี-เมล์ เพื่อที่เราจะได้ติดตามแล้วพยายามเปลี่ยนกลุ่มที่สนใจให้กลายมาเป็นลูกค้าเราให้ได้
 
    2. เปลี่ยนลูกค้าขาจรเป็นขาประจำ

    เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าของเราแล้วนับเป็นโอกาสที่ดีของเราที่สามารถนำเสนอสินค้าหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมพ่วงเข้าไปด้วย เรียกว่า “เพิ่มโอกาสเพื่อสร้างรายได้”  เช่น ร้านขายมือถือ เมื่อลูกค้าซื้อมือถือ เราก็ขายซองใส่มือถือ แบตเตอรี่ หูฟังไร้สาย เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เป็นต้น หรือร้านกาแฟก็ขายขนมเค้ก ขนมปัง นมสด น้ำผลไม้ เสริมเข้าไปด้วย  เพราะโดยทั่วไปแล้วพฤติกรรมการซื้อสินค้าชิ้นแรกหรือครั้งแรกจะยากลำบากเสมอหรือใช้เวลาในการตัดสินใจเปรียบเทียบคุณค่าอยู่นาน แต่พอการซื้อสินค้าชิ้นที่สองจะง่ายมาก  จุดสำคัญ คือ การสร้างอารมณ์ในการซื้อให้เกิดขึ้นกับลูกค้า อีกทั้งลูกค้าที่ซื้อสินค้ามากชิ้นจะมีแนวโน้มกลับมาซื้ออีกหรือเป็นลูกค้าขาประจำ  ถ้าหากเปรียบเทียบร้านค้าที่ขายดีกับขายไม่ดีจะพบว่าร้านค้าที่ขายดีนั้นมียอดขายมากกว่าครึ่งหนึ่งมักมาจากลูกค้าขาประจำ เช่น ร้านเสริมสวยที่มีลูกค้าขาประจำ รู้ว่าลูกค้าจะมาทุกๆ 2 สัปดาห์ จะสอบถามลูกค้าว่าอาทิตย์นี้จะเข้ามาวันไหนจะเตรียมบริการให้พิเศษ หรือช่วงวันหยุดนี้มาอีกวันดีกว่าไหม เป็นการนัดจองคิวล่วงหน้าซึ่งแสดงถึงความใส่ใจ หรือแม้กระทั่งร้านค้าปลีกในหมู่บ้าน ที่จำชื่อลูกค้าขาประจำในหมู่บ้านที่มาซื้อได้หมดทุกคน รู้ว่าลูกค้าเคยซื้ออะไรในหนึ่งสัปดาห์ ก็จะโทรศัพท์ถามลูกค้าว่าต้องการสินค้าเพิ่มเติมไหม จะไปส่งให้ที่บ้าน มีเครดิตให้ลูกค้าประจำเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ค่อยมาจ่ายก็ได้ หากบริการดีอย่างนี้รับรองครับว่าลูกค้าไม่หนีไปไหนแน่ๆ
 
     3. เปลี่ยนลูกค้าขาประจำให้เป็น “แฟนพันธุ์แท้ ” 

    ที่เชื่อใจกันและกัน คอยสนับสนุนกิจการและบอกต่อๆ ให้แก่คนรู้จัก ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าว่า “ลูกค้าคือสินทรัพย์” ของบริษัท หรือลูกค้าเปรียบเสมือน “ห่านทองคำที่จะสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ (ธุรกิจ) ได้อย่างไม่รู้จบ ตราบเท่านานที่ผู้เป็นเจ้าของรู้จักดูแลลูกค้า (ห่านทองคำ) ของตนเองเป็นอย่างดี” หรืออาจเปรียบเทียบกับภาษาทางวิชาการที่ว่า “มูลค่าตลอดชีพ (Life Time Value : LTV)” หากเราดูแลลูกค้าแบบเพื่อนแท้หรือคู่รักที่สนใจเอาใจใส่เป็นอย่างดีลูกค้าก็จะอยู่กับเราตลอดไป ยกตัวอย่างเช่น
    – ร้านอาหาร หากลูกค้ามาทานอาหารที่ร้านเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1,000 บาท เท่ากับว่าในหนึ่งปีเราได้รับรายได้จากลูกค้าคนนี้ถึง 24,000 บาท หากร้านคุณมีลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้สัก 50 คน คุณจะมีรายได้ที่แน่นอนถึงปีละ 1.2 ล้านบาทเลยทีเดียว
     – สปอร์ตคลับที่เก็บค่าสมาชิกปีละ 5,000 บาท หากคุณมีสมาชิกจำนวน 200 คน คุณจะมีรายได้ถึงปีละ  1 ล้านบาทที่นอนมาให้คุณแบบสบายๆ
     – ร้านกาแฟที่มีลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ที่มาดื่มกาแฟเป็นประจำ สัปดาห์ละ 4 แก้ว เฉลี่ยแก้วละ 60 บาท ในหนึ่งปีคุณจะมีรายได้จากลูกค้าคนนี้ถึง 12,480 บาท หากร้านนี้มีลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้สัก 100 คน จะมีรายได้ประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อปี  เป็นต้น
 
     4. ตามคืนดีลูกค้าเก่าที่จากไปให้กลับมา สาเหตุหลักๆ ที่ลูกค้าจากไปจะมีอยู่ 2 ประการ

    ประการแรก คือ ลูกค้าไม่พอใจสินค้าหรือการบริการของเราจนหายหน้าหายตาไป ดังนั้น อาจจะต้องอาศัยความพยายามมากๆ หน่อย เพราะส่วนใหญ่มาจากสาเหตุที่พนักงานพูดจาไม่สุภาพ บริการไม่ประทับใจ ไม่ได้กระทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารควรติดต่อไปหาลูกค้าด้วยตนเอง สอบถามถึงปัญหาความขัดข้องใจ ผ่านทางโทรศัพท์ อี-เมล์ หรือส่งจดหมายลงลายมือชื่อไปขอโทษลูกค้า เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับเสนอสินค้าหรือบริการที่เขาเคยซื้อเคยใช้ ในราคาที่พิเศษเพื่อเป็นการขอโทษ ซึ่งจะทำให้เราได้ลูกค้ากลุ่มนี้กลับคืนมา และก็มีแนวโน้มที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะกลายมาเป็นแฟนพันธุ์แท้ในอนาคตอีกด้วย
     
    ประการที่สอง คือ ขาดการติดต่อหรือติดตามจากเรา การดึงลูกค้าให้กลับมาโดยง่ายเราควรนำเสนอสิทธิพิเศษนิดหน่อย เช่น ในช่วงวันเกิดสามารถซื้อได้ในราคาลด 50 เปอร์เซ็นต์ หรือหากมีสินค้ารุ่นใหม่ๆ ออกมาก็ให้ทดลองใช้ก่อนใครหรือให้ใช้ได้ฟรี อีกทั้งอาจจะมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อฟื้นฟูความทรงจำดีๆ ให้กลับมา
 
     5. จัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์รวมกลุ่มคนที่รักเรา

    ให้ลูกค้าพาเพื่อน คนรู้จัก หรือญาติมาหาเรา เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จัดกิจกรรมสอนแต่งหน้าจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพ ผลิตภัณฑ์นมสดพร้อมดื่มสำหรับเด็กจัดกิจกรรมค่ายเด็กน้อยอัจฉริยะ การจัดรายการ สมาชิกแนะนำสมาชิก เพื่อนบอกเพื่อน (Member Get Member) หรือให้ลูกค้าแนะนำรายชื่อเพื่อนหรือคนรู้จักสัก 3 รายชื่อ พร้อมทั้งขออนุญาตในการอ้างอิงชื่อผู้แนะนำเพื่อนำเสนอสินค้า วิธีการเหล่านี้ก็จะช่วยให้เราขยายฐานลูกค้าออกไปได้อย่างมาก
 
    อย่างไรก็ตาม การนำกลยุทธ์ใดๆไปใช้ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของจิตใจที่ดีที่มีต่อลูกค้าของท่านอย่าพยายามเสแสร้งทำเป็นดีกับลูกค้า ควรแสดงออกให้เห็นถึงความจริงใจมีความเสมอต้นเสมอปลายทั้งกับลูกค้าและพนักงานก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนและไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่หรือเล็กก็ตามลูกค้านั้นก็เป็นบุคคลที่สำคัญต่อเราเสมอดังคำกล่าวของ ท่านมหาตมะ คานธี ที่กล่าวไว้ว่า “ลูกค้าคือ แขกคนสำคัญที่สุดที่ได้มาเยือนเรา ณ สถานที่แห่งนี้ เขามิได้มาเพื่อพึ่งพิงเราแต่เราต่างหากที่ต้องพึ่งพิงอาศัยเขา” 
 

CR. bizexcenter.com

___________________________
สอบถามข้อมูลสร้างแบรนด์เพิ่มเติมได้ที่: Line Official: @at-zt
http://line.me/ti/p/%40at-ze
___________________________
Line ID : 📱 aesthetic-ze
หรือโทร 📞 098-259-1005
___________________________
Website : 💻 http://www.at-z.co.th

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

คุณประโยชน์ สารสกัดจากรังนก


คุณประโยชน์ สารสกัดจากรังนก


  สารสกัดจากรังนก (Hydrolyzed Swiftlet Nest Extract)
คุณประโยชน์จากน้ำลายนกนางแอ่นอันโด่งดังที่ชาวจีนนิยมใช้ฟื้นฟูสุขภาพผิว เพิ่มความเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์มายาวนาน



  พบสารไซอะลิก แอซิด (Sialic Acid) 
ทำหน้าที่เป็นสารรับสัญญาณระหว่างเซลล์ผิว (Cellular Fluid Uptake) ช่วยให้เซลล์ผิวรับสารบำรุงต่างๆได้เต็มที่ จึงทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์


++ทำให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง สว่างกระจ่างใส

   พบกรดอะมิโน-โพลีเปปไทด์กว่า 53 ชนิด (53-Amino Acid Polypeptide)
ทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างเซลล์ผิว Epidermal Growth Factor (EGF)ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยช่วยเพิ่มการแบ่งตัวและฟื้นฟูเซลล์ผิว ลดเลือนรอยแผล สมานผิวได้ดีขึ้น


++ทำให้ผิวเรียบเนียน กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง และมีสุขภาพดี
• ทดสอบการแบ่งตัวของเซลล์ผิวพบว่า สารสกัดจากรังนก 0.1% ช่วยเร่งการซ่อมแซมเซลล์อย่างเห็นได้ชัด ภายใน 24 ชั่วโมง

___________________________
สอบถามข้อมูลสร้างแบรนด์เพิ่มเติมได้ที่: Line Official: @at-zt 
http://line.me/ti/p/%40at-ze
___________________________
Line ID : 📱 aesthetic-ze
หรือโทร 📞 098-259-1005
___________________________
Website : 💻 http://www.at-z.co.th


วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ทำไมต้องเลือก Aesthetic Zecret (AT-ZE) เพราะ ?


ทำไมต้องเลือก  Aesthetic Zecret (AT-ZE) เพราะ ?



“เพราะคุณภาพสินค้าคือหัวใจการผลิตของเรา” 
ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตครีม เวชสำอาง เครื่องสำอาง และอาหารเสริม (OEM) แบบครบวงจรชั้นนำในประเทศไทย ด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ทีมวิจัยพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง และโรงงานผลิตมาตรฐานระดับสากล GMP / ISO 22716 เพื่อรับรองกำลังการผลิตมากกว่า 1,000 ตัน/ปี จึงทำให้บริษัทฯ ได้รับความพึงพอใจจากสถาบันด้านความงามชั้นนำต่างๆ มากมาย
-----------------------------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: Line Official: @at-zt
http://line.me/ti/p/%40at-ze
-------------------------------------------
Line ID : 📱 aesthetic-ze
หรือโทร 📞 098-259-1005
-------------------------------------------
Website : 💻 http://www.at-z.co.th


วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จากผลการทดสอบ ZECRET NIGHT (COW16)





ZECRET NIGHT (COW16)


จากผลการทดสอบ

Sulfarawhite ใน Zecret Night ทำให้สีผิวสว่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายใน 56 วัน (ดูผลการทดลองที่รูปภาพ) ทดสอบด้วยอาสาสมัคร 21 คนผิวชาวเอเชีย

สามารสั่งสินค้าทดลองเพื่อการตัดสินใจในการสั่งผลิตได้ที่
: Line Official: @at-zt
http://line.me/ti/p/%40at-ze
-------------------------------------------
Line ID : 📱 aesthetic-ze
หรือโทร 📞 098-259-1005
-------------------------------------------
Website : 💻 http://www.at-z.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

3 วิธีบอกรักแม่อย่างไรไม่ให้เขิน


3 วิธีบอกรักแม่อย่างไรไม่ให้เขิน

ปีแล้ว ปีเล่าก็ยังไม่ได้บอกเพราะความเขินอาย
ATZE เชื่อว่ามีหลายๆคนที่ไม่ค่อยกล้าบอกรักคุณแม่แบบตรงๆ หรือกว่าจะบอกรักท่านได้ก็เขินแล้วเขินอีก เดินวนไป วนไปมา วันนี้เรานำวิธีการบอกรักแม่ที่ไม่ให้เขินมาฝาก 

1.บอกรักผ่านสื่อ Social


ยุคเทคโนโลยีแบบนี้ ต้องบอกรักแม่แบบประกาศให้คนรู้กันเยอะๆสักหน่อย (แก้เขินอิอิ) แต่วิธีนี้ใช้ได้สำหรับคนที่คุณแม่เล่นเฟสบุ๊คเท่านั้นนะ ถ้าคุณแม่ไม่เล่น Social ก็อย่าเลยเพราะคุณแม่ไม่รับรู้หรอก อาจเป็นรูปถ่ายกับคุณแม่ พร้อมแคปชั่นโดน หรือเป็นคำเสี่ยวๆแก้เขินก็ได้ แต่ต้องมีคำว่า “รักแม่” ด้วยน้าาา

2. บอกรักผ่านการ์ด


วิธีนี้อาจดูล่าสมัยแต่ยังคงความคลาสสิค เพราะบางคนกล้าที่จะเขียน "คำว่ารัก” มากกว่าพูดออกมา อยากบอกความรู้สึกอะไรกับคุณแม่ก็เขียนมันออกมาเลย

3. ใช้ภาษากาย


แอดมินเชื่อมีบางคนไม่กล้าพูดว่ารักให้คุณแม่ได้ยิน แต่จะถนัดทำให้รู้สึก แต่จะให้ไปกอดคุณแม่ หอมแก้มคุณแม่ก็คงไม่กล้า งั้นก็เปลี่ยนเป็น พาคุณแม่ไปเที่ยว พาไปช็อปปิ้ง ทำกับข้าวให้ท่านทาน หรือ ซื้อของให้ท่าน อีกเยอะแยะมากมาย

3 ข้อที่กล่าวมา ใช้ได้ทุกวิธีเลยค่ะ แต่เชื่อเถอะ ไม่มีวิธีไหน ดีเท่ากับการพูดความรู้สึกของคุณจากปากให้ท่านยินและรู้สึก คุณไม่ต้องสรรหาของขวัญใดๆ หรือหาวิธีซึ้งๆใด แค่นี้คุณแม่ของคุณก็รู้สึกดีแล้ว
“พูดในสิ่งที่อยากจะบอก พูดในสิ่งที่ท่านยังสามารถรับรู้ได้ ก่อนที่จะไม่ได้มีโอกาสพูด”

Cr.Aesthetic Zecret (AT-ZE)

------------------------------------------
#วันแม่ #กิจกรรมวันแม่ #สร้างแบรนด์ครีม #รับผลิตครีม #โรงงานผลิตครีม #รับทำครีม #บริษัทผลิตครีม #รับผลิตอาหารเสริม #รับผลิตเครื่องสำอาง#รับผลิตสบู่ #โรงงานผลิตสบู่ #ทำครีมขาย
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: Line Official: @at-zt
http://line.me/ti/p/%40at-ze
-------------------------------------------
Line ID : 📱 aesthetic-ze
หรือโทร 📞 098-259-1005
-------------------------------------------
Website : 💻 http://www.at-z.co.th/

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แจกกิ๊ฟเซ็ท ต้อนรับวันแม่กับ กิจกรรม แม่หนูสวย






ต้อนรับวันแม่กับ #กิจกรรม แม่หนูสวย ✨

ชวนมาแชร์ความประทับใจ 'ความสวยของแม่'
ในหัวข้อ 💖 แม่หนูสวย 💖
.
🏆 ผู้โชคดีจะได้ของกิฟท์เซ๊ท จำนวน 5 รางวัล
.
1. COW14 : สลีปปิ้งมาส์กทองคำ
2. COU03 : ครีมกันแดดเนื้อใยไหม (สีเบจ)
3. CBO06 : BB Body Lotion SPF30
4. SON04 : อาหารเสริมคอลลาเจน+Q10
5. SON01 : อาหารเสริมบำรุงระบบประสาท

ร่วมกิจกรรมได้ที่

https://www.facebook.com/Aesthetic.Zecret/



-------------------------------------------
#วันแม่ #กิจกรรมวันแม่ #สร้างแบรนด์ครีม #รับผลิตครีม #โรงงานผลิตครีม #รับทำครีม #บริษัทผลิตครีม #รับผลิตอาหารเสริม #รับผลิตเครื่องสำอาง#รับผลิตสบู่ #โรงงานผลิตสบู่ #ทำครีมขาย
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: Line Official: @at-zt
http://line.me/ti/p/%40at-ze
-------------------------------------------
Line ID : 📱 aesthetic-ze
หรือโทร 📞 098-259-1005
-------------------------------------------
Website : 💻 http://www.at-z.co.th/

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

5 สาเหตุที่ทำให้สิวขึ้นที่แก้มไม่หยุด



สิวขึ้นที่แก้ม เกิดจากอะไร ? วันนี้เราขออาสาไขข้อข้องใจนี้ให้สาว ๆ ได้รู้ จะได้หน้าสวยใสกันอย่างถ้วนหน้าเลยเนอะ

หากสาว ๆ คนไหนกำลังนอยด์กับสิวเจ้ากรรม เพราะมันดันขึ้นที่แก้มแน่นเอี๊ยด จนคุณแฟนไม่กล้าหอมแก้มแล้ว แม้จะไปรักษากี่ที่ ๆ ก็ไม่หายขาดอย่างที่ต้องการ อ๊ะ ถ้ารักษาทีไรสิวที่แก้มก็ไม่หายไปสักที กระปุกดอทคอมขอบอกเลยว่าเป็นเพราะ 5 สาเหตุนี้แล้วล่ะค่ะ ถ้าเลี่ยงได้ละก็รับรองว่าสิวที่แก้มจะค่อย ๆ ลดลง จนหายขาดไปในที่สุดเลยล่ะ




1ดื่มแอลกอฮอล์

สาวนักดื่มต้องรู้ไว้ ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของสิวที่แก้ม เพราะการดื่มจะส่งผลต่อความสมดุลของตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับผิวนั่นเอง ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นตัวการทำลายตับ แน่นอนว่าสิวจะผุดขึ้นมาที่แก้มจนหมดสวยเลยล่ะ




2.สูดอากาศพิษ

รู้นะว่าสาว ๆ ที่ใช้ชีวิตทำงานในเมือง ต้องออกมาเจอฝุ่นควันมลพิษทุกเช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากสงสัยว่าทำไมสิวที่แก้มขึ้นบ่อยและไม่หยุดขึ้นสักที บอกเลยว่าเป็นเพราะปอดของคุณกำลังมีปัญหา ซึ่งอาจเกิดจากการสูดดมควันพิษหรือควันบุหรี่เข้าไปนี่แหละค่ะ




3.คุยโทรศัพท์มือถือ

อีกหนึ่งตัวการที่สาว ๆ หลายคนคาดไม่ถึงว่าจะทำให้เป็นสิวที่แก้มได้ ก็คือโทรศัพท์มือถือของเรานี่แหละค่ะ เพราะเวลาคุยโทรศัพท์แต่ละที คุณสาว ๆ ก็ต้องเอามาแนบที่แก้ม ซึ่งรู้หรือไม่ว่าบนหน้าจอโทรศัพท์น่ะคือแหล่งรวมสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นเลย ฉะนั้นควรเช็ดทำความสะอาดหน้าจอทุกวัน หรืออาจจะเปลี่ยนมาใช้สมอลทอล์คเวลาคุยก็ได้


4.นอนบนปลอกหมอนสกปรก

ถ้าเป็นสิวที่แก้มไม่หายขาดสักที แม้รักษาดียังไงก็ขึ้นมากวนใจเสมอ บอกเลยว่ามันอาจจะเป็น ปลอกหมอนที่สาว ๆ ใช้หนุนนอนทุกคืนนี่แหละ คือแหล่งรวมเชื้อแบคทีเรียเลยค่ะ ฉะนั้นควรถอดมาซักบ้างสัปดาห์ละครั้ง เพียงเท่านี้ปัญหาสิวที่แก้มก็จะค่อย ๆ หายไปแล้วล่ะ


5.ดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดี

ถ้าสาว ๆ คนไหนมีสิวขึ้นที่แก้มด้านล่างเยอะละก็ สาเหตุก็มาจากการที่ดูแลช่องปากไม่ดี จนทำให้เหงือกและฟันมีปัญหานั่นเอง รู้แบบนี้แล้วใส่ใจในการดูแลช่องปากให้มากขึ้น ด้วยการแปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟัน หลีกเลี่ยงของหวานที่จะทำให้ฟันผุ แล้วอย่าลืมไปพบทันตแพทย์เป็นประจำด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : bustle.com และ noskinproblems.com